ข่าวกิจกรรมต่างๆ
พกฉ. เปิดพื้นที่จริง โชว์พลังชุมชนพึ่งตนเอง ท่ามกลางวิกฤตโลก ชี้ ‘เศรษฐกิจพอเพียง’คือคำตอบความมั่นคงไทย
จากแนวคิด…สู่ชีวิตจริง พาไปดูชุมชนที่อยู่รอดได้ท่ามกลางวิกฤต ต้นแบบการพึ่งตนเองที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตและทรัพยากรของชุมชน ในท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจโลก ความผันผวนด้านพลังงาน ราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น และความไม่แน่นอนที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้คนทั่วโลก “การพึ่งพาตนเอง” กำลังกลายเป็นคำตอบสำคัญของการสร้างความมั่นคงให้กับสังคมไทย โดยเฉพาะในระดับครัวเรือนและชุมชน
สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน) หรือ พกฉ. เดินหน้าขับเคลื่อนศาสตร์พระราชาสู่การปฏิบัติจริง ผ่านศูนย์เรียนรู้เครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ กว่า 105 แห่งทั่วประเทศ เพื่อสร้าง “ภูมิคุ้มกัน” ด้านอาหาร สุขภาพ และเศรษฐกิจชุมชนให้กับประชาชน ภายใต้แนวคิด “ในวันที่โลกผันผวน…ชุมชนที่พึ่งตนเองได้ คือคำตอบของความมั่นคง”
โดย พกฉ. ได้นำสื่อมวลชนลงพื้นที่ศูนย์เรียนรู้เครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ จังหวัดนครราชสีมา เพื่อถ่ายทอดให้เห็นเป็นรูปธรรมว่า “หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” อันเกิดจากพระอัจฉริยภาพและ สายพระเนตรอันยาวไกลของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ยังคงเป็นแนวทางสำคัญในการสร้างความมั่นคงให้กับประชาชนไทยในยุคโลกผันผวน ทั้งด้านอาหาร สุขภาพ เศรษฐกิจ และการดำรงชีวิต ผ่านการน้อมนำศาสตร์พระราชามาประยุกต์ใช้จนเกิดเป็นต้นแบบการพึ่งตนเองที่จับต้องได้จริงในระดับชุมชน
พันจ่าเอก ประเสริฐ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กล่าวว่า “ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งปัญหาค่าครองชีพสูง ราคาพลังงาน วิกฤตอาหาร และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อชีวิตของประชาชน ยิ่งโลกผันผวน การพึ่งตนเองยิ่งสำคัญ ความมั่นคงของประเทศไม่ได้เริ่มจากเศรษฐกิจขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่เริ่มจากครัวเรือนที่มีอาหารกิน มีอาชีพ และสามารถพึ่งพาตนเองได้ พกฉ. จึงไม่ได้เป็นเพียงพิพิธภัณฑ์หรือแหล่งจัดแสดงนิทรรศการ แต่เป็น “พิพิธภัณฑ์มีชีวิต” ที่ทำหน้าที่ถ่ายทอดศาสตร์พระราชา สร้างแรงบันดาลใจ และเชื่อมโยงองค์ความรู้สู่เครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ ทั่วประเทศ เพื่อสร้างต้นแบบการพึ่งตนเองที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละพื้นที่”
รองสำเภาว์ งามเชย กล่าวเพิ่มเติมว่า “เครือข่ายของ พกฉ. คือกลไกสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางอาหารจากฐานราก เป็นทั้งศูนย์เรียนรู้ คลังอาหารชุมชน และพื้นที่ต้นแบบที่ประชาชนสามารถเข้ามาเรียนรู้และนำไปปรับใช้ได้จริง หนึ่งในต้นแบบสำคัญ คือ “ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านโนนรังบูรพา” จังหวัดนครราชสีมา ของนายสุวัฒนชัย จำปามูล หรือ “พ่อทราย” ศูนย์เรียนรู้เครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ ที่น้อมนำศาสตร์พระราชามาต่อยอดสู่การสร้างความมั่นคงให้กับชุมชน ผ่านการทำเกษตรผสมผสาน เกษตรอินทรีย์ การปลูกสมุนไพร และการจัดตั้ง “ธนาคารสมุนไพร” เพื่อเป็นแหล่งรวบรวมภูมิปัญญาการแพทย์พื้นบ้านควบคู่กับการดูแลสุขภาพของคนในชุมชน และอีกหนึ่งต้นแบบสำคัญ คือ “ฟาร์มสุขฟาร์ม ออร์แกนิก” ของนายสรศักดิ์ ไวจันทึก หรือ “พี่ขวาน” เกษตรกรคนรุ่นใหม่ที่ตัดสินใจลาออกจากงานประจำ กลับมาสร้างฟาร์มอินทรีย์บนพื้นที่ 2.5 ไร่ ในนิคมเศรษฐกิจพอเพียงวังน้ำเขียว จนกลายเป็นต้นแบบ Young Smart Farmer ที่สามารถสร้างรายได้จากการทำเกษตรอินทรีย์ การผลิตเมล็ดพันธุ์ และการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงเกษตรของชุมชน”
พ่อทราย นายสุวัฒนชัย จำปามูล กล่าวว่า “ในช่วงที่ค่าครองชีพสูงขึ้น การปลูกพืชสมุนไพรและอาหารไว้กินเองช่วยลดรายจ่ายได้อย่างมาก อีกทั้งยังสามารถต่อยอดสร้างรายได้ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้ “แบรนด์พ่อทราย” ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตในชุมชน เมื่อก่อนต้องซื้อทุกอย่าง แต่วันนี้เราปลูกเองได้ กินเองได้ และแบ่งปันกันในชุมชนได้ นี่คือความมั่นคงที่เกิดขึ้นจริง”
นายสรศักดิ์ ไวจันทึก หรือ ขวาน คนรุ่นใหม่คืนถิ่น พลิกชีวิตมนุษย์เงินเดือนสู่อิสระที่ยั่งยืนเกษตรกรคนรุ่นใหม่ไฟแรง ที่เคยเป็นผู้จัดการฟาร์มไก่มานานกว่า 8 ปี จนพบว่าชีวิตที่เร่งรีบไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง จึงตัดสินใจทิ้งเงินเดือนประจำมาสร้าง “ฟาร์มสุขฟาร์ม ออร์แกนิก” ในนิคมเศรษฐกิจพอเพียงวังน้ำเขียวภายใต้หลักการทำงาน มีความสุข เรียนรู้ แบ่งปัน พึ่งตนเองได้ และกำหนดชีวิตตัวเองได้ “เกษตรไม่ใช่อาชีพของคนจน แต่คืออาชีพของคนที่สามารถออกแบบชีวิตตัวเองได้” พี่ขวาน กล่าว
ปัจจุบัน สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน) หรือ พกฉ. เดินหน้าขยายเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ เพื่อเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่ประชาชนทุกช่วงวัยสามารถเข้าถึงและนำไปใช้ได้จริง ทั้งด้านการพึ่งพาตนเอง การสร้างอาชีพ การลดรายจ่าย และการสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับครัวเรือนและชุมชน พร้อมพัฒนาตลาดเศรษฐกิจพอเพียง และสนับสนุนคนรุ่นใหม่ให้เข้ามามีบทบาทในภาคการเกษตรมากขึ้น เพื่อร่วมสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก และสร้างภูมิคุ้มกันให้สังคมไทยท่ามกลางความผันผวนของโลกในปัจจุบัน
พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ จึงมิได้เป็นเพียงพิพิธภัณฑ์หรือแหล่งจัดแสดงองค์ความรู้ทางการเกษตรเท่านั้น หากแต่เป็น “พิพิธภัณฑ์มีชีวิตที่สร้างคน สร้างอาชีพ และสร้างทางรอด” ที่ทำหน้าที่สืบสานพระอัจฉริยภาพและแนวพระราชดำริด้านการเกษตรของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผ่านการเชื่อมโยงศาสตร์พระราชาสู่การปฏิบัติจริง โดยอาศัยเครือข่ายปราชญ์เกษตร เกษตรกรต้นแบบ และคนรุ่นใหม่ทั่วประเทศ ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ สร้างแรงบันดาลใจ และขยายผลสู่สังคมในวงกว้าง จนเกิดเป็นเครือข่ายแห่งการพึ่งตนเองที่ช่วยให้ประชาชนสามารถยืนหยัดได้อย่างมั่นคงในยุควิกฤต ทั้งด้านอาหาร สุขภาพ เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิต สะท้อนให้เห็นว่า “หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” อันเกิดจากสายพระเนตรอันยาวไกล มิใช่เพียงแนวคิดทางการเกษตร แต่คือรากฐานสำคัญของการสร้างความมั่นคงและความยั่งยืนให้กับสังคมไทยในระยะยาวส่วนบนของฟอร์ม
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทรศัพท์ 02-529-2212-13, 087-359-7171 คลิกดูรายละเอียดได้ที่ www.wisdomking.or.th หรือ Facebook /Line ID : @wisdomkingmuseum พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ เปิดให้บริการเข้าชมวันอังคาร – วันอาทิตย์ เวลา 09.00 – 16.00 น. ปิดบริการเข้าชมวันจันทร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์