ท่องเที่ยวสุขสันต์ 9 ส.ค. 63
สนใจสมัครกิจกรรมได้ที่ 02-529-2212-13, 087-359-7171,094-649-2333 สมัครได้ที่นี่ >>คลิก<<


พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ ขอเชิญทุกท่านมาร่วมเป็นกำลังสำคัญในการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชท้องถิ่นของไทยในงานมหกรรม อนุรักษ์พันธุกรรมพืช อนุรักษ์ทรัพยากรไทย 5-7 เม.ย. 62 ตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น. ที่ พิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ ปทุมธานี ภายในงานท่านจะได้พบกับ เรื่องราวการสานต่อการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชท้องถิ่นไทยจากผู้รู้ ที่นำประสบการณ์จริงมาถ่ายทอด สารพัดพันธุกรรมผลไม้ฤดูร้อนท้องถิ่นไทย เช่น มะม่วง มะพร้าว มะแปม มะตูม ตรีผลา ทุเรียน เป็นต้น ฟรี!! เข้าร่วมอบรมวิชาของแผ่นดินและอบรมเชิงปฏิบัติการกว่า 20 หลักสูตร จากกูรูเกษตรพอเพียงตัวจริงเสียงจริง อาทิ อ.โจน จันได อ.ทอง ธรรมดา อ.กมล พรหมมาก ช้อป ชิม ชม ผลผลิตเกษตรหลากหลายชนิด สินค้าเกษตรแปรรูปคุณภาพมากมาย อาหารไทย 4 ภาค สมุนไพร ไม้ผล และสินค้าอื่นๆ ที่มีให้เลือกซื้อมากกว่า 500 รายการ โทรมาติดต่อสอบถามที่เบอร์ 02-529-2212-13, 087-359-7171, 094-649-2333
สนใจสมัครกิจกรรมได้ที่ 02-529-2212-13, 087-359-7171,094-649-2333 สมัครได้ที่นี่ >>คลิก<<
วันที่ 20 กันยายน 2566 พลอากาศเอกเสนาะ พรรณพิกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มอบหมายให้ นางสาวสำเภาว์ งามเชย รองผู้อำนวยการฯ ฝ่ายพัฒนา เข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธีมอบประกาศนียบัตร และเข็มวิทยฐานะ ผู้ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรนักบริหารระดับสูง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รุ่นที่ 6 หลักสูตรนักบริหารการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ ระดับสูง รุ่นที่ 83 - 85 และหลักสูตรนักบริหารการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ ระดับกลาง รุ่นที่ 104 – 107 ภายในงานได้รับเกียรติจาก ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้าร่วม โดยมีผู้ผ่านการอบรมจำนวนทั้งสิ้น 980 คน ณ ห้องมัฆวานรังสรรค์ สโมสรทหารบก กรุงเทพฯ ซึ่งการฝึกอบรมดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรในระดับผู้บริหารของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้บูรณาการความรอบรู้ในมิติของวิชาการ การทำงาน สังคม และชีวิต ตลอดจนสร้างภาวะผู้นำ และมุมมองความคิดของนักบริหารยุคใหม่ เพื่อเตรียมก้าวขึ้นสู่การเป็นนักบริหารระดับสูงของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยจะส่งผลให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่ดีต่อระบบบริหารจัดการในระดับกรม/กองต่าง ๆ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสามารถพัฒนาภารกิจในภาคการเกษตรให้ประสบความสำเร็จทั้งในปัจจุบันและอนาคตที่นักบริหารระดับสูงทุกคนต้องร่วมกันรับผิดชอบทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์ของงาน และสอดคล้องกับนโยบายของหน่วยงาน ซึ่งจะเชื่อมโยงไปสู่เป้าหมายแห่งการพัฒนาในภาพรวมของรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะก่อให้เกิดการทำงานที่มีผลสะท้อนมายังความสุข และคุณภาพชีวิตของเกษตรกร และผู้บริโภคในประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ในส่วนของสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ มีผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่ผ่านการอบรมหลักสูตร ดังนี้หลักสูตรนักบริหารการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ ระดับสูง จำนวน 1 คน ได้แก่ นายชญณิพัฑฒ์ จักรดารานุวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนากิจการหลักสูตรนักบริหารการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ ระดับกลาง จำนวน 3 คน ได้แก่ นายธงชัย บุญมา เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป สำนักอำนวยการ นายราเมธ อ่ำสกุล เจ้าหน้าที่พัฒนานวัตกรรมเกษตร สำนักนวัตกรรมเกษตรเศรษฐกิจพอเพียง ว่าที่ร้อยตรีทิฆัมพร กลิ่นบุบผา เจ้าหน้าที่พัฒนาพิพิธภัณฑ์ สำนักพัฒนาพิพิธภัณฑ์และองค์ความรู้
วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2563 ณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางสาวสำเภาว์ งามเชย รองผอ.พกฉ.(ฝ่ายพัฒนา) ได้เข้าร่วมแถลงข่าวประจำสัปดาห์ โดยมีนายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีการแถลงข่าวในครั้งนี้ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์การดำเนินงานของหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับการเผยแพร่สู่สาธารณชนอย่างกว้างขวางและประชาชนได้รับข่าวสารที่เป็นประโยชน์ ทางพิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯได้ร่วมการแถลงข่าวในหัวข้อ พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯได้รับตราสัญลักษณ์ SHA ตราสัญลักษณ์ท่องเที่ยวปลอดภัยในยุค new normal และเชิญเที่ยวชมงาน รักษ์พืช รักษ์น้ำ รักษ์ป่า รักษ์ทรัพยากรไทย ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จ.ปทุมธานี
วันที่ 25 มกราคม 2566 เวลา 10.00 น. พลอากาศเอก เสนาะ พรรณพิกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นำคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ฯ ต้อนรับคณะกรรมการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นำโดย นายวีระชัย นาควิบูลย์วงศ์ ประธานกรรมการ พร้อมกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ให้เกียรติเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ และกิจการ ภายในพื้นที่ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ ปทุมธานี พร้อมให้ข้อเสนอแนะในการพัฒนาการให้บริการของพิพิธภัณฑ์ โดยเยี่ยมชม- พิพิธภัณฑ์ภายในอาคาร พิพิธภัณฑ์ในหลวงรักเรา ที่ถ่ายทอดเรื่องราว พระราชประวัติ พระเกียรติคุณ และพระอัจฉริยภาพ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร - พิพิธภัณฑ์ดินดล นำเสนอเรื่องราวของความสำคัญของดิน ฐานกำเนินของสิ่งมีชีวิตทั้งพืช และสัตว์- นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “ขุมทรัพย์แห่งแผ่นดิน” พื้นที่เรียนรู้แห่งใหม่ “สืบสาน รักษา ต่อยอด” ตามแนวทางพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรและเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวด้านการเกษตร พร้อมรับชมภาพยนตร์แอนิเมชัน 7 มิติ - และปิดท้ายด้วยการรับชมพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง พิพิธภัณฑ์นวัตกรรมเกษตรเศรษฐกิจพอเพียง ผ่านฐานการเรียนรู้ เกษตรพอเพียงเมือง
พิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ปทุมธานี จับมือกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง วิทยาเขตชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ศูนย์เครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภาคใต้ตอนบน ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดงาน “มหกรรมข้าวไร่ 4 ภาค ครั้งที่ 2” ระหว่างวันที่ 17 – 18 กุมภาพันธ์ 2562 ที่ผ่านมาพร้อมยกขบวนพี่น้องเครือข่าย พกฉ. ทั้ง 4 ภาคจัดฐานเรียนรู้พันธุกรรมข้าวไร่ อบรมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนพันธุกรรมข้าวไร่ เพื่อสร้างทางเลือกในการผลิตข้าวให้แก่เกษตรกร สู่การพึ่งพาตนเอง สร้างความเข้มแข็งของชุมชนและความมั่นคงทางอาหาร เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ในอาชีพการปลูกข้าวไร่พื้นเมือง อาชีพ วัฒนธรรมและการแปรรูปข้าว โดยมีนายวิบูลย์ รัตนาภรณ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร และคณะผู้บริหารสถาบันฯ หัวหน้าส่วนราชการ และเครือข่ายเกษตรกรของจังหวัด ให้การต้อนรับ นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประธานในพิธีเปิด เปิดเผยว่า “ผมมีความยินดีและรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มาเป็นประธานในพิธีเปิดงานโครงการ “มหกรรมข้าวไร่ 4 ภาค ครั้งที่ 2” ในวันนี้ โดยงานจัดขึ้นในวันที่ 17-18 กุมภาพันธ์ 2562 เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ ส่งเสริม เพิ่มศักยภาพด้านการผลิตข้าวไร่ และผลิตภัณฑ์ด้านข้าวไร่ให้มีมูลค่าสูงขึ้น ยกระดับอาชีพเกษตรกรให้มีฐานะและความเชื่อมั่นในอาชีพ ช่วยให้ภาคการผลิต ด้านการเกษตร มีความเข้มแข็ง เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประสบการณ์อาชีพการปลูกข้าวไร่พื้นเมือง วัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับข้าว และการแปรรูปข้าว สร้างเครือข่ายเชิงพื้นที่รวมไปถึงการสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำไปสู่การพัฒนาของสังคมประเทศชาติอย่างยั่งยืน และท้ายนี้ จะรณรงค์ให้เกษตรกรผลิตอาหาร ที่ปลอดภัย ไม่ให้มีสารพิษ และจะเชิญชวน จากหมู่บ้าน มาเป็นตำบล และอำเภอ จนเป็นจังหวัด เพื่อเพิ่มคุณค่าของอาหารไร้สารพิษของเกษตรกร ต้องประกาศให้ชาวโลกได้รับทราบถึงการได้รับประทานอาหารที่ปลอดสารพิษได้ที่ประเทศไทย โดยการร่วมมือของทุกภาคส่วนและทุกฝ่ายเข้าช่วยเหลือเกษตรกรชาวไทยต่อไป…” ภายในงานมีการจัดนิทรรศการข้าวไร่โดยกลุ่มผู้ปลูกข้าว พี่น้องเครือข่ายพิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ 4 ภาค อาทิ นิทรรศการพันธุกรรมข้าวไร่ ลุ่มแม่น้ำมูล นิทรรศการพันธุกรรมข้าวไร่ชนเผ่า นิทรรศการวิถีคนวิถีข้าวไร่ และนิทรรศการวัฒนธรรมพิธีกรรมบูชาข้าว พร้อมพูดคุยแลกเปลี่ยนบนเวทีเสวนา เพื่อเป็นการยกระดับการทำงานของพี่น้องเครือข่าย รวมทั้งเปิดโอกาสให้เครือข่ายได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันพัฒนาเยาวชนคนรุ่นใหม่ ความเข้าใจ วิธีคิด วิถีการผลิต บนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและนำไปปรับประยุกต์ใช้กับตนเอง ครอบครัว และชุมชนต่อไป
วันนี้ (14 ส.ค. 2563) นางสาวสำเภาว์ งามเชย รองผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิม พระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฝ่ายพัฒนา ประธานพิธีเปิดงาน “รักษ์พืช รักษ์น้ำ รักษ์ป่า รักษ์ทรัพยากรไทย” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 – 16 สิงหาคม 2563 เวลา 08.00 – 17.00 น. ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ จ.ปทุมธานี นางสาวสำเภาว์ งามเชย เปิดเผยว่า “เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนพรรษา 88 พรรษาในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2563 การจัดงานในครั้งนี้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการเฉลิมพระเกียรติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อปวงชนชาวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระมหากรุณาธิคุณที่ทรงเล็งเห็นและทรงให้ความสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากร น้ำและป่า สู่การใช้ประโยชน์ เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่ราษฎร พร้อมทั้ง ร่วมสืบสานพระราชปณิธานในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระบรมวงศานุวงศ์ ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานแก่พสกนิกรชาวไทย และชาวโลก เพื่อนำไปเป็นแนวทางประกอบอาชีพ การพัฒนาคุณภาพชีวิตให้มั่นคง ปลอดภัย และยั่งยืน พร้อมการอนุรักษ์ หวงแหน ทรัพยากร”