พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ ได้ฤกษ์เปิดงานในความทรงจำนิรันดร์ น้อมรำลึกในหลวง ร.9
พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ ได้ฤกษ์เปิดงานในความทรงจำนิรันดร์ น้อมรำลึกในหลวง ร.9
วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน) จัดโครงการเผยแพร่พระเกียรติคุณและพระอัจฉริยภาพของพระมหากษัตริย์ด้านการเกษตร ให้แก่นักเรียนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน จากจังหวัดจันทบุรี จำนวน 3 โรงเรียน ประกอบด้วย โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านน้ำแดง โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนสิงคโปร์แอร์ไลน์เฉลิมพระเกียรติฯ และโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านคลองมะลิประเวศน์วิทยา โดยมีนางสาวสำเภาว์ งามเชย รองผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฝ่ายพัฒนา ให้การต้อนรับและกล่าวเปิดโครงการ ณ ห้องประชุมศาสตร์พระราชา ชั้น 2 อาคารสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี
โดยโครงการเผยแพร่พระเกียรติคุณและพระอัจฉริยภาพของพระมหากษัตริย์ด้านการเกษตร ครั้งนี้ได้รับทุนสนับสนุนจากนางชุติมา อุยตระกูล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่พระเกียรติคุณและพระอัจฉริยภาพของพระมหากษัตริย์ไทย สร้างโอกาสและส่งเสริมการเรียนรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ส่งเสริมความรู้ความเข้าใจในหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ให้แก่กลุ่มนักเรียน โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน จำนวนทั้งสิ้น 2 ครั้ง
กิจกรรมในครั้งนี้ กลุ่มเป้าหมายร่วมเรียนรู้การทำเกษตรบนพื้นที่เรียนรู้ 374 ไร่ ผ่านฐานการเรียนรู้ต่างๆ อาทิ เกษตรพอเพียงเมือง ฐานการเรียนรู้ 1 ไร่ พอเพียง พร้อมลงมือปฏิบัติการขยายพันธุ์พืชแบบควบแน่น และรับชมภายในพิพิธภัณฑ์ในหลวงรักเรา พิพิธภัณฑ์มหัศจรรย์พันธุกรรม เรียนรู้การดูแลรักษาอนุรักษ์พันธุกรรมพืช ผ่านสื่อมัลติมีเดีย ปิดท้ายโครงการด้วยการรับชมภาพยนตร์แอนิเมชัน 3 มิติ เรื่องของพ่อในบ้านของเรา และ เรื่องไผ่รวกกับทานตะวันผู้ยโส
พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ ได้ฤกษ์เปิดงานในความทรงจำนิรันดร์ น้อมรำลึกในหลวง ร.9
วันที่ 12 - 14 กรกฎาคม 2567 พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จ.ปทุมธานี จัดงานใหญ่มหกรรม “สืบสานงานพ่อ พัฒนา ส่งต่ออาชีพที่ยั่งยืน Agri Museum” เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 เพื่อเฉลิมพระเกียรติและเผยแพร่พระเกียรติคุณพระอัจฉริยภาพในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้านการเกษตร และสนองพระราชปณิธานที่ทรงสืบสาน รักษา ต่อยอด พระราชกรณียกิจและพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ด้านการเกษตร ภายในงานจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นิทรรศการ “72 พรรษา 72 เรื่องราว ทศมราชา กษัตราของปวงไทย” “72 ผู้สืบสาน รักษา ต่อยอด ตามรอยพระราชา” โดยเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ และนิทรรศการพิเศษจากหน่วยงานภาครัฐ เรียนรู้อบรมวิชาของแผ่นดินและอบรมเชิงปฏิบัติการกว่า 12 หลักสูตร โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ชม ช้อป สินค้าคุณภาพตามฤดูกาลต้นไม้ พันธุ์ไม้ จากเกษตรกรเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ กว่า 200 ร้าน ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น. ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติ ฯ จังหวัดปทุมธานี และรับชมบรรยากาศและเรียนรู้ได้ทางออนไลน์ได้ที่ Facebook และ Youtube พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิม พระเกียรติ ฯ พลอากาศเอก เสนาะ พรรณพิกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ กล่าวว่า “พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติ ฯ เตรียมจัดงานใหญ่ มหกรรม “สืบสานงานพ่อ พัฒนา ส่งต่ออาชีพที่ยั่งยืน Agri Museum” เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 เพื่อเฉลิมพระเกียรติและเผยแพร่พระเกียรติคุณ พระอัจฉริยภาพในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเพื่อสนองพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงตระหนักถึงพระราชภารกิจอันยิ่งใหญ่ดั่งพระราชดำรัสที่ทรงตรัสให้กับประชาชนคนไทย ตลอดระยะเวลาในการทรงงานตั้งแต่ครั้งดำรงพระอิสริยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมงกุฎราชกุมาร จนกระทั่งเสด็จขึ้นครองราชย์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสืบสาน รักษา และต่อยอด “หลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ โคก หนอง นา” ที่สะท้อนพระราชปณิธานอันแน่วแน่ในการทรงงาน และสานต่อโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระราชบิดา เพื่อสร้างความยั่งยืนและความสุขให้แก่พสกนิกรประชาชนชาวไทย ภายในงานมหกรรมจัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “72 พรรษา 72 เรื่องราว ทศมราชา กษัตราของปวงไทย” นิทรรศการจากเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ และนิทรรศการพิเศษจากหน่วยงานภาครัฐ อาทิ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมปศุสัตว์ กรมพัฒนาที่ดิน กรมฝนหลวงและการบินเกษตร กรมหม่อนไหม กรมชลประทาน สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ เป็นต้น นอกจากนี้เกษตรกรเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ ร่วมจัดแสดงนิทรรศการและถ่ายทอดองค์ความรู้แนวทางการสืบสานพระราชปณิธานจากในหลวงรัชกาลที่ 9 ถึงในหลวงรัชกาลที่ 10 จาก 6 ฐานต้นแบบให้ประชาชนที่เข้าร่วมงานในครั้งนี้ได้เรียนรู้และนำไปประยุกต์ใช้ต่อไป” นิทรรศการ “72 ผู้สืบสาน รักษา ต่อยอด ตามรอยพระราชา” โดยเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ นำเสนอ 72 เรื่องราวบุคคลต้นแบบผู้สร้างแรงบันดาลใจ ในการสืบสานพระราชปณิธานแห่งความพอเพียงจากรุ่นสู่รุ่น นำเสนอ 6 ฐานการจัดแสดง ได้แก่ “โคก หนอง นา” ตามรอยกษัตรา การประยุกต์ใช้หลักเกษตรทฤษฎีใหม่เพื่อจัดการพื้นที่และใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดที่เหมาะกับทรัพยากรและภูมิสังคม “จากพ่อแม่สู่รุ่นลูก” เรื่องราวของพ่อแม่พาทำ ครอบครัววิถีเกษตรเศรษฐกิจพอเพียง ความสำเร็จของการสร้างความมั่นคงทางอาชีพและเศรษฐกิจระดับครอบครัว “จากครู สู่ ศิษย์” ครูพาทำพบบุคคลต้นแบบทั้งครูและลูกศิษย์ ผู้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านการเกษตรสู่ประยุกต์ใช้ที่ประสบความสำเร็จ “นวัตกรรมพลังงานพึ่งตนเอง” ถ่ายทอดองค์ความรู้การนำนวัตกรรมพลังงานมาประยุกต์ใช้ในภาคการเกษตร “พันธุกรรมพื้นบ้านสู่การดูแลสุขภาพ” ถ่ายทอดองค์ความรู้การดูแลสุขภาพจากภายในสู่ภายนอก ผสานคุณประโยชน์จากพันธุกรรมพื้นบ้าน และ“การบริหารจัดการและการตลาด” แลกเปลี่ยนเรียนรู้การบริหารจัดการผลผลิตทางการเกษตร การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สร้างความแตกต่างเพื่อสร้างเพิ่มมูลค่าเพิ่ม อบรมเรียนรู้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ด้านการเกษตรกับวิทยากรมากประสบการณ์และเกษตรกรตัวจริงเสียงจริงที่มาถ่ายทอดองค์ความรู้ กว่า 12 หลักสูตร และหลักสูตร Workshop ตลอดทั้งวัน เปิดอบรมทั้ง Onsite และ Online โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เช่น -เกษตรผสมผสาน สวนป่านาโคก โดยอาจารย์ปา ไชยปัญหา สวนฮักสกล สไตล์ -โคก หนอง นา ศาสตร์แห่งแผ่นดิน และหลักสูตร ไซรัปผลไม้ตามฤดูกาล โดยอาจารย์บุญล้อม เต้าแก้ว ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง สวนล้อมศรีรินทร์ จ.สระบุรี -เพิ่มรายได้ จากการขยายพันธุ์พืช โดยอาจารย์วีรยุทธ ศรีเลอจันทร์ (ทอง ธรรมดา) ศูนย์เรียนรู้สวนเพชรพิมาย จ.นครราชสีมา -สูตรอาหารสร้างภูมิ โดยอาจารย์ไพโรจน์ อรรคสีวร (อ.ไพรลั่น) จ.อุดรธานี -หลักสูตร ผักกะละมัง ทำเงิน โดยอาจารย์อรทัย ยางไธสง Wakeup Vegetables กรุงเทพฯ -ทำเกษตรอย่างไร ในภาวะโลกร้อน โดยอาจารย์ธงชนะ พรหมมิ ศูนย์กสิกรรมไร้สารพิษ โนนหงษ์ทอง จ.อุบลราชธานี -นวัตกรรมผลิตน้ำมันจากขยะพลาสติก โดยอาจารย์นที ศรีทอง ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ชม ชิม ช้อป ผลิตภัณฑ์แปรรูปคุณภาพ สินค้าผลผลิตเกษตรปลอดภัยตามฤดูกาลกว่า 200 ร้านค้า พร้อมกิจกรรมพิเศษอีกมากมาย กิจกรรมขาดทุน คือกำไร กับสินค้าดีในราคาสบายกระเป๋า เริ่มต้นเพียง 10 บาท (มีจำนวนจัดกัด) เปิดเข้าชมพิพิธภัณฑ์ในหลวงรักเรา พร้อมชมภาพยนตร์แอนิเมชัน 3 มิติ พิพิธภัณฑ์ดินดล และนิทรรศการขุมทรัพย์แห่งแผ่นดิน ภาพยนตร์ 7 มิติ สนุก ตื่นเต้น ทะลุจอ โดยไม่มีค่าใช่จ่าย ให้นักเรียน นักศึกษา และประชาชนได้เรียนรู้และให้ร่วมสนุกมากมายตลอดทั้ง 3 วัน กิจกรรมการที่ผู้มาร่วมงานได้ทำและนำกลับบ้าน การประดิษฐ์ดอกไม้ ศิลปินวาดภาพเหมือนเพื่อรับรูปกลับบ้าน กิจกรรม แชะ แชร์ เช็คอิน และกิจกรรมร่วมสนุกได้ ทุกฐาน พลอากาศเอก เสนาะ พรรณพิกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ กล่าวเชิญชวนทิ้งท้ายว่า “ขอเชิญทุกท่านมาร่วมเฉลิมพระเกียรติพระชนมพรรษา 6 รอบ พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ในงานมหกรรม “สืบสานงานพ่อ พัฒนา ส่งต่ออาชีพที่ยั่งยืน Agri Museum” และร่วมกันเผยแพร่ พระเกียรติคุณพระอัจฉริยภาพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระราชกรณียกิจในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่อาณาประชาราษฎร์ และยังทรงยึดมั่นในพระปฏิญญา ทรงพระวิริยะอุตสาหะ มุ่งมั่นปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อประเทศชาติและประชาชนชาวไทยทุกคน ขอเชิญทุกท่านมาร่วมกันแสดงความจงรักภักดีในฐานะประชาชนคนไทย ที่พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ จ.ปทุมธานี และ“เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน สถิตเป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยตลอดกาลนาน” สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 02-529-2212-13, 087-359-7171 คลิกดูรายละเอียดได้ ที่ www.wisdomking.or.th หรือ Facebook พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ
มาร่วมกิจกรรมปิดเทอมสร้างสรรค์ สนุก ยกกำลัง 2
เทศกาลยิ่งใหญ่แห่งปี 1 ปี มีครั้งเดียว NIGHT AT THE MUSEUM FESTIVAL 2022 พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ ปทุมธานี เตรียมจัดงาน มาดูแสง LIGHT IN MUSEUM แสงแห่งวิถีเกษตรยามค่ำคืน NIGHT AT THE MUSEUM ระหว่างวันที่ 16 – 18 ธันวาคม 2565 เวลา 16.00 – 21.00 น. เตรียมพบกับนิทรรศการมาดูแสง ฟังดนตรีสด ชมการแสดงรอบกองไฟ ย้อนวัยสนุกไปกับเกมงานวัด ชมวิวริมคลองไปกับชิงช้าสวรรค์ พร้อมด้วยคาราวานอาหารฟู้ดทรัค เต็มขบวน สอบถามเพิ่มเติม 02-529-2212-13, 087-359-7171 คลิกดูรายละเอียดได้ที่ www.wisdomking.or.th หรือ facebook / Instagram /Line ID : @wisdomkingmuseum
จากแนวคิด…สู่ชีวิตจริง พาไปดูชุมชนที่อยู่รอดได้ท่ามกลางวิกฤต ต้นแบบการพึ่งตนเองที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตและทรัพยากรของชุมชน ในท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจโลก ความผันผวนด้านพลังงาน ราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น และความไม่แน่นอนที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้คนทั่วโลก “การพึ่งพาตนเอง” กำลังกลายเป็นคำตอบสำคัญของการสร้างความมั่นคงให้กับสังคมไทย โดยเฉพาะในระดับครัวเรือนและชุมชน สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน) หรือ พกฉ. เดินหน้าขับเคลื่อนศาสตร์พระราชาสู่การปฏิบัติจริง ผ่านศูนย์เรียนรู้เครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ กว่า 105 แห่งทั่วประเทศ เพื่อสร้าง “ภูมิคุ้มกัน” ด้านอาหาร สุขภาพ และเศรษฐกิจชุมชนให้กับประชาชน ภายใต้แนวคิด “ในวันที่โลกผันผวน…ชุมชนที่พึ่งตนเองได้ คือคำตอบของความมั่นคง” โดย พกฉ. ได้นำสื่อมวลชนลงพื้นที่ศูนย์เรียนรู้เครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ จังหวัดนครราชสีมา เพื่อถ่ายทอดให้เห็นเป็นรูปธรรมว่า “หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” อันเกิดจากพระอัจฉริยภาพและ สายพระเนตรอันยาวไกลของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ยังคงเป็นแนวทางสำคัญในการสร้างความมั่นคงให้กับประชาชนไทยในยุคโลกผันผวน ทั้งด้านอาหาร สุขภาพ เศรษฐกิจ และการดำรงชีวิต ผ่านการน้อมนำศาสตร์พระราชามาประยุกต์ใช้จนเกิดเป็นต้นแบบการพึ่งตนเองที่จับต้องได้จริงในระดับชุมชน พันจ่าเอก ประเสริฐ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กล่าวว่า “ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งปัญหาค่าครองชีพสูง ราคาพลังงาน วิกฤตอาหาร และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อชีวิตของประชาชน ยิ่งโลกผันผวน การพึ่งตนเองยิ่งสำคัญ ความมั่นคงของประเทศไม่ได้เริ่มจากเศรษฐกิจขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่เริ่มจากครัวเรือนที่มีอาหารกิน มีอาชีพ และสามารถพึ่งพาตนเองได้ พกฉ. จึงไม่ได้เป็นเพียงพิพิธภัณฑ์หรือแหล่งจัดแสดงนิทรรศการ แต่เป็น “พิพิธภัณฑ์มีชีวิต” ที่ทำหน้าที่ถ่ายทอดศาสตร์พระราชา สร้างแรงบันดาลใจ และเชื่อมโยงองค์ความรู้สู่เครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ ทั่วประเทศ เพื่อสร้างต้นแบบการพึ่งตนเองที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละพื้นที่” รองสำเภาว์ งามเชย กล่าวเพิ่มเติมว่า “เครือข่ายของ พกฉ. คือกลไกสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางอาหารจากฐานราก เป็นทั้งศูนย์เรียนรู้ คลังอาหารชุมชน และพื้นที่ต้นแบบที่ประชาชนสามารถเข้ามาเรียนรู้และนำไปปรับใช้ได้จริง หนึ่งในต้นแบบสำคัญ คือ “ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านโนนรังบูรพา” จังหวัดนครราชสีมา ของนายสุวัฒนชัย จำปามูล หรือ “พ่อทราย” ศูนย์เรียนรู้เครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ ที่น้อมนำศาสตร์พระราชามาต่อยอดสู่การสร้างความมั่นคงให้กับชุมชน ผ่านการทำเกษตรผสมผสาน เกษตรอินทรีย์ การปลูกสมุนไพร และการจัดตั้ง “ธนาคารสมุนไพร” เพื่อเป็นแหล่งรวบรวมภูมิปัญญาการแพทย์พื้นบ้านควบคู่กับการดูแลสุขภาพของคนในชุมชน และอีกหนึ่งต้นแบบสำคัญ คือ “ฟาร์มสุขฟาร์ม ออร์แกนิก” ของนายสรศักดิ์ ไวจันทึก หรือ “พี่ขวาน” เกษตรกรคนรุ่นใหม่ที่ตัดสินใจลาออกจากงานประจำ กลับมาสร้างฟาร์มอินทรีย์บนพื้นที่ 2.5 ไร่ ในนิคมเศรษฐกิจพอเพียงวังน้ำเขียว จนกลายเป็นต้นแบบ Young Smart Farmer ที่สามารถสร้างรายได้จากการทำเกษตรอินทรีย์ การผลิตเมล็ดพันธุ์ และการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงเกษตรของชุมชน” พ่อทราย นายสุวัฒนชัย จำปามูล กล่าวว่า “ในช่วงที่ค่าครองชีพสูงขึ้น การปลูกพืชสมุนไพรและอาหารไว้กินเองช่วยลดรายจ่ายได้อย่างมาก อีกทั้งยังสามารถต่อยอดสร้างรายได้ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้ “แบรนด์พ่อทราย” ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตในชุมชน เมื่อก่อนต้องซื้อทุกอย่าง แต่วันนี้เราปลูกเองได้ กินเองได้ และแบ่งปันกันในชุมชนได้ นี่คือความมั่นคงที่เกิดขึ้นจริง” นายสรศักดิ์ ไวจันทึก หรือ ขวาน คนรุ่นใหม่คืนถิ่น พลิกชีวิตมนุษย์เงินเดือนสู่อิสระที่ยั่งยืนเกษตรกรคนรุ่นใหม่ไฟแรง ที่เคยเป็นผู้จัดการฟาร์มไก่มานานกว่า 8 ปี จนพบว่าชีวิตที่เร่งรีบไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง จึงตัดสินใจทิ้งเงินเดือนประจำมาสร้าง “ฟาร์มสุขฟาร์ม ออร์แกนิก” ในนิคมเศรษฐกิจพอเพียงวังน้ำเขียวภายใต้หลักการทำงาน มีความสุข เรียนรู้ แบ่งปัน พึ่งตนเองได้ และกำหนดชีวิตตัวเองได้ “เกษตรไม่ใช่อาชีพของคนจน แต่คืออาชีพของคนที่สามารถออกแบบชีวิตตัวเองได้” พี่ขวาน กล่าว ปัจจุบัน สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน) หรือ พกฉ. เดินหน้าขยายเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ เพื่อเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่ประชาชนทุกช่วงวัยสามารถเข้าถึงและนำไปใช้ได้จริง ทั้งด้านการพึ่งพาตนเอง การสร้างอาชีพ การลดรายจ่าย และการสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับครัวเรือนและชุมชน พร้อมพัฒนาตลาดเศรษฐกิจพอเพียง และสนับสนุนคนรุ่นใหม่ให้เข้ามามีบทบาทในภาคการเกษตรมากขึ้น เพื่อร่วมสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก และสร้างภูมิคุ้มกันให้สังคมไทยท่ามกลางความผันผวนของโลกในปัจจุบัน พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ จึงมิได้เป็นเพียงพิพิธภัณฑ์หรือแหล่งจัดแสดงองค์ความรู้ทางการเกษตรเท่านั้น หากแต่เป็น “พิพิธภัณฑ์มีชีวิตที่สร้างคน สร้างอาชีพ และสร้างทางรอด” ที่ทำหน้าที่สืบสานพระอัจฉริยภาพและแนวพระราชดำริด้านการเกษตรของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผ่านการเชื่อมโยงศาสตร์พระราชาสู่การปฏิบัติจริง โดยอาศัยเครือข่ายปราชญ์เกษตร เกษตรกรต้นแบบ และคนรุ่นใหม่ทั่วประเทศ ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ สร้างแรงบันดาลใจ และขยายผลสู่สังคมในวงกว้าง จนเกิดเป็นเครือข่ายแห่งการพึ่งตนเองที่ช่วยให้ประชาชนสามารถยืนหยัดได้อย่างมั่นคงในยุควิกฤต ทั้งด้านอาหาร สุขภาพ เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิต สะท้อนให้เห็นว่า “หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” อันเกิดจากสายพระเนตรอันยาวไกล มิใช่เพียงแนวคิดทางการเกษตร แต่คือรากฐานสำคัญของการสร้างความมั่นคงและความยั่งยืนให้กับสังคมไทยในระยะยาวส่วนบนของฟอร์ม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทรศัพท์ 02-529-2212-13, 087-359-7171 คลิกดูรายละเอียดได้ที่ www.wisdomking.or.th หรือ Facebook /Line ID : @wisdomkingmuseum พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ เปิดให้บริการเข้าชมวันอังคาร – วันอาทิตย์ เวลา 09.00 – 16.00 น. ปิดบริการเข้าชมวันจันทร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์
พิธีเปิดงานวันเด็กแห่งชาติ เมล็ดพันธุ์ของพระราชา 67