งานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2566
งานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2566
วันที่ 15 ธันวาคม 2566 พลอากาศเอก เสนาะ พรรณพิกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมอบหมายให้ นางสาวสมพิศ วงศ์ปัญญา รองผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฝ่ายบริหาร ร่วมงานแถลงข่าวการจัดงาน “มหกรรมการเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยา ณ ริมกว๊านพะเยา” โดยมีนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานแถลงข่าว พร้อมด้วย นายบำรุง สังข์ขาว รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา รักษาการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา นายสยาม ปรีชา รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพะเยา และนายณัฐ ครุฑสูตร ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เจ้าหน้าที่ และสื่อมวลชน ร่วมงานแถลงข่าว ณ ห้องประชุม 115 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ
สำหรับงาน "มหกรรมการเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยา ณ ริมกว๊านพะเยา" จัดขึ้นภายใต้แนวคิด "อิ่มไอหนาว แอ่วม่วนลำ @ กว๊านพะเยา" มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเผยแพร่ความรู้ในการส่งเสริมการเกษตรระดับพื้นที่ให้ครบทั้งระบบการผลิตสินค้าเกษตร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เผยแพร่ความรู้นวัตกรรมด้านการผลิต การตลาด ทั้งพืช สัตว์ และประมง และเชื่อมโยงการจัดกิจกรรมทางภาคการเกษตรในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนที่มีจุดแข็งในสินค้าอัตลักษณ์ GI อาทิ ลิ้นจี่ฮงฮวย ข้าวก่ำล้านนา ข้าวหอมมะลิ-จังหวัดพะเยา สับปะรดภูแล-จังหวัดเชียงราย กาแฟเทพเสด็จ-จังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงเป็นโอกาสอันดีในการเผยแพร่ความรู้ นวัตกรรมด้านการผลิต การตลาด ทั้งด้านพืช ประมง และปศุสัตว์ เชื่อมโยงการจัดกิจกรรมทางการเกษตรในระดับภูมิภาค สร้างงานเกษตร ขยายแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร และสร้างรายได้ให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 ธันวาคม 2566 - 3 มกราคม 2567 ณ ริมกว๊านพะเยา จังหวัดพะเยา
งานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2566
ประกาศ หลักเกณฑ์โครงการประกวดผลงานนวัตกรรมและเทคโนโลยีภาคการเกษตร อุตสาหกรรมเกษตร หรืออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับภาคการเกษตรYoung Agri Future ปี 2569สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน) ************************************************************************************ การพัฒนานวัตกรรมเกษตรและเทคโนโลยีภาคการเกษตร คือ องค์ประกอบสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมการเกษตรและห่วงโซ่อุปทาน โดยการบูรณาการวิถีเกษตรเข้ากับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทำให้การเกษตรสามารถขยายตัวได้กว้างขึ้น ดังนั้น การพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ จะส่งผลกระทบไปยังเกษตรกรและประชากรทุกคน เพราะการใช้นวัตกรรมเกษตรเป็นปัจจัยในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการเกษตรอย่างมาก การพัฒนานวัตกรรมทางการเกษตร จึงเป็นหนึ่งในกลไกของการพัฒนาเศรษฐกิจ และเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ตามแนวพระราชดำริและศาสตร์พระราชา ที่จะส่งผลให้การทำเกษตรกรรมเกิดการเปลี่ยนแปลงและกลายเป็นอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน ดังนั้น การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีทางด้านการเกษตรมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างมูลค่าในการผลิต สามารถตอบสนองยุทธศาสตร์ชาติ ในการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเข้มแข็ง ตลอดจนเสริมสร้างศักยภาพและโอกาสในการพัฒนา ขยายผล และสามารถต่อยอดในเชิงธุรกิจและการแข่งขันได้ในระดับสากล สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน) ร่วมกับสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กำหนดจัดทำโครงการประกวดผลงานนวัตกรรม และเทคโนโลยีภาคการเกษตร อุตสาหกรรมเกษตร หรืออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับภาคการเกษตร Young Agri Future ปี 2569 เพื่อส่งเสริม และต่อยอด การพัฒนาและยกระดับนวัตกรรมและการเกษตรให้มีความคุ้มค่าเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้การทำเกษตรกรรม เกิดการเปลี่ยนแปลงและกลายเป็นอุตสาหกรรมภาคการเกษตรที่ยั่งยืน ทั้งในด้านการใช้ความรู้ ความคิด และความสามารถ ผสานภูมิปัญญา ท้องถิ่น และหลักวิชาการในการคิดสร้างสรรค์ โดยเป็นโครงการต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาการเกษตรให้มีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ สังคม และประเทศชาติ อีกทั้งยังส่งเสริมและกระตุ้นความสนใจให้กลุ่มคนรุ่นใหม่ นักเรียน นักศึกษา Young Smart Famer กลุ่มเกษตรกร และเกษตรกรที่เกี่ยวข้องที่มีความสนใจในการคิด สร้างสรรค์ และพัฒนาผลงานนวัตกรรมทางการเกษตร ซึ่งมีส่วนสำคัญในการจุดประกายและส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาด้านการเกษตรของประเทศให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ก่อให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดี ก่อเกิดการเปลี่ยนแปลงและกลายเป็นอุตสาหกรรมภาคการเกษตรที่ยั่งยืน ในการนี้ เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องด้านการส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีภาคการเกษตร และที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการขยายผลไปสู่กลุ่มเป้าหมายใหม่ ๆ ทั้งด้านองค์ความรู้ และ ภูมิปัญญา รวมทั้งการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนการดำเนินงาน อีกทั้ง เพื่อให้ได้รับความร่วมมือจากภาครัฐ และภาคเอกชน อย่างต่อเนื่อง จึงได้กำหนดจัดทำโครงการประกวดผลงานนวัตกรรม และเทคโนโลยีภาคการเกษตร อุตสาหกรรมเกษตร หรืออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับภาคเกษตร Young Agri Future ครั้งที่ 2 ประจำปี 2569 เพื่อค้นหานวัตกรรมและเทคโนโลยีทางด้านการเกษตร มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการด้านการเกษตรสู่โอกาสในการพัฒนา ขยายผล และการต่อยอดทางธุรกิจภาคการเกษตรต่อไป ในการนี้ สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน) จึงประกาศหลักเกณฑ์โครงการการประกวดผลงานนวัตกรรม และเทคโนโลยีภาคการเกษตร อุตสาหกรรมเกษตร หรืออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง กับภาคการเกษตร ดังนี้ 1.คุณสมบัติ 1.1 ผู้เข้าร่วมการประกวด ดังนี้ 1.1.1 เกษตรกร และประชาชนทั่วไป หรือ Young Smart Famer หรือ Smart Famer หรือวิสาหกิจชุมชนด้านการเกษตร หรือ กลุ่มองค์กรอื่นที่เกี่ยวข้องด้านการเกษตร (มีหน่วยงานราชการหรือองค์กรเอกชนรับรอง) 1.1.2 เยาวชน นักเรียน (มัธยมศึกษา - ปวช.) สถาบันการศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน 1.1.3 นิสิต นักศึกษา (ปวส. , อนุปริญญาตรี - ปริญญาตรี) สถาบันการศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน 1.2 ผู้เข้าร่วมการประกวดต้องส่งผลงานสมัครเข้าประกวดในลักษณะทีม ทีมละไม่น้อยกว่า 3 คน และไม่เกิน 5 คน พร้อมอาจารย์ที่ปรึกษาจำนวน 1 คน โดยผู้เข้าร่วมทีมแต่ละคนสามารถเข้าร่วมได้ 1 ทีมเท่านั้น 1.3 ผู้เข้าร่วมการประกวดสามารถส่งผลงานได้จำนวน 1 ผลงาน ต่อ 1 ทีม 2.หลักฐานการรับสมัคร 2.1 ใบสมัครที่กรอกข้อมูลครบถ้วน สามารถดาวน์โหลดได้ทาง www.wisdomking.or.th 2.2 หลักฐานแสดงยืนยันตัวตน กลุ่มองค์กร หากเป็นนักเรียนมัธยม ปวช. นิสิต นักศึกษา ผู้กำลังศึกษาอยู่ในสถาบันการคึกษาทั้งของรัฐและเอกชน ได้แก่ บัตรประจำตัวนักเรียน นิสิต นักศึกษา หรือหลักฐานอื่นที่แสดงสถานะ 2.3 หนังสือรับรองผลงานที่ส่งเข้าประกวด จากสถาบันการศึกษา บุคคล หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบ 2.4 สำเนาบัตรประชาชน 3.หลักเกณฑ์การประกวด 3.1 ผู้เข้าประกวดจัดส่งเอกสารแบบฟอร์มการสมัคร พร้อมแนวความคิด Concept และรายละเอียดข้อเสนอการจัดทำนวัตกรรม ภายใต้หัวข้อ “นวัตกรรมเกษตร: เพิ่มประสิทธิภาพและมูลค่าการผลิตเกษตรไทยยั่งยืน” ไฟล์เอกสารใบสมัคร/โครงการประกวด ตัวอักษร TH Sarabun Psk ขนาด 16 pt จำนวนรวม ไม่เกิน 2 หน้ากระดาษ A4 3.2 ต้องเป็นผลงานใหม่ และต้องไม่คัดลอกเลียนแบบที่ใดมาก่อน หรือหากเป็นโครงการเดิมที่นำมาต่อยอด พัฒนา จะต้องได้รับการยืนยันจากสถาบันหน่วยงานหรือผู้เกี่ยวข้องเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างชัดเจนเพื่อยื่นเสนอแก่คณะกรรมการพิจารณา 3.3 คณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกทีมผู้ที่ผ่านเข้ารอบจาก Concept และรายละเอียดข้อเสนอการจัดทำนวัตกรรม 3.4 ผลงานนวัตกรรมเกษตรที่ผ่านการคัดเลือกในรอบแรก ผู้ส่งผลงานจะต้องจัดส่งรายละเอียดตามแบบฟอร์ม คลิป หรือวิดีทัศน์การนำเสนอผลงาน และการสาธิตขั้นตอน วิธีการของนวัตกรรมดังกล่าวให้แก่คณะกรรมการหรือที่คณะกรรมการกำหนด ความยาวไม่เกิน 5 นาที เพื่อพิจารณาผลงานที่ได้รับรางวัล 3.5 คลิปนำเสนอผลงาน เครดิตท้ายผลงาน (End Credit) ต้องมีโลโก้หน่วยงานผู้สนับสนุนตามที่สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน) หรือ พกฉ. กำหนด 3.6 ผลงานนวัตกรรมที่ส่งเข้าประกวด ผู้ส่งเข้าประกวดต้องเป็นผู้เตรียมอุปกรณ์ดำเนินการผลิต หรือประสานส่วนที่เกี่ยวข้องเองทั้งหมด 3.7 ผู้ส่งผลงานเข้าประกวดต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อลิขสิทธิ์ของข้อมูล ได้แก่ ข้อมูลเนื้อหา ภาพ เสียง คลิปวิดีโอ ซอฟต์แวร์ อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง หรือข้อมูลอื่นใดที่ใช้ในการดำเนินการผลิตผลงาน โดยต้องไม่เป็นการละเมิดกฎหมายว่าด้วยลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญา และมีการอ้างอิงแหล่งที่มาอย่างชัดเจน รวมทั้งต้องไม่ขัดต่อพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (Personal Data Protection Act: PDPA) หากภายหลังพบว่ามีการละเมิดเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ และละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล แอบอ้าง ผู้ส่งผลงานเข้าประกวด จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้น 3.8 หากพบว่ามีการร้องเรียน หรือพิสูจน์ได้ภายหลังว่าผลงานนวัตกรรมที่ส่งเข้าประกวดมิใช่ของผู้ส่งผลงาน หรือมีการละเมิดลิขสิทธิ์ ผู้จัดการประกวดมีสิทธิ์ในการเรียกคืนรางวัลหรือตัดสิทธิ์การรับรางวัล ทั้งนี้ ผู้จัดการประกวดจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ว่ากรณีใด ๆ ต่อการละเมิดลิขสิทธิ์นั้น 3.9 คลิปผลงานที่ผ่านการคัดเลือก จะเปิดให้ประชาชนทั่วไปร่วมโหวตรางวัลนวัตกรรมการเกษตรขวัญใจมหาชน (POPULAR VOTE) โดยนับคะแนนจากยอดผู้เข้าชมสูงสุด (VIEW) คะแนนโหวตจะไม่นำมารวมกับคะแนนในการตัดสินผลงานดังกล่าว 3.10 คณะกรรมการจะพิจารณาคัดเลือกผลงานนวัตกรรมจาก 3 ระดับกลุ่มเป้าหมาย ระดับละ 9 ผลงาน โดยผู้ส่งผลงานที่ได้รับการคัดเลือกตกลงให้สิทธิแก่สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน) หรือ พกฉ. ในการนำผลงานดังกล่าวไปเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ เพื่อประโยชน์ต่อสาธารณะ ตามที่ พกฉ. เห็นสมควร โดยไม่ต้องเสียค่าตอบแทนและไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า 3.11 ข้อมูลส่วนบุคคลที่ผู้เข้าร่วมโครงการฯ ส่งมาเพื่อใช้ในการแข่งขันจะถือว่าผู้เข้าร่วมโครงการฯ ได้ยินยอมในการให้ใช้ข้อมูลได้โดยไม่ละเมิดพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 3.12 การตัดสินของคณะกรรมการถือว่าเป็นการสิ้นสุด 4.หลักเกณฑ์การพิจารณาผลงานที่ส่งเข้าประกวดในประเด็นต่อไปนี้ 4.1 พัฒนาการผลิตและประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าในการผลิต 4.2 ตอบสนองยุทธศาสตร์ชาติในการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเข้มแข็ง 4.3 ตอบสนองยุทธศาสตร์ชาติในการพัฒนาอย่างยั่งยืนและรักษาสภาพแวดล้อม 4.4 ยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ตามแนวพระราชดำริและศาสตร์พระราชา 4.5 ต่อยอดพัฒนาด้วยการวิจัยและนวัตกรรม สามารถต่อยอดในเชิงธุรกิจและสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล 5.รางวัลการประกวด แบ่งเป็น 3 ระดับ 5.1 ประเภทเกษตรกร และประชาชนทั่วไป • ชนะเลิศ ถ้วยรางวัล พร้อมเงินรางวัล 70,000 บาท • รองชนะเลิศอันดับ 1 โล่รางวัล พร้อมเงินรางวัล 40,000 บาท • รองชนะเลิศอันดับ 2 โล่รางวัล พร้อมเงินรางวัล 20,000 บาท • รางวัลชมเชย 1 รางวัล เกียรติบัตร พร้อมเงินรางวัล 10,000 บาท • รางวัลนวัตกรรมขวัญใจมหาชน (POPULAR VOTE) โล่รางวัล พร้อมเงินรางวัล 10,000 บาท 5.2 ประเภทมัธยมศึกษา/ เยาวชน นักเรียน (มัธยมศึกษา-ปวช.) สถาบันการศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน • ชนะเลิศ ถ้วยรางวัล พร้อมเงินรางวัล 70,000 บาท • รองชนะเลิศอันดับ 1 โล่รางวัล พร้อมเงินรางวัล 40,000 บาท • รองชนะเลิศอันดับ 2 โล่รางวัล พร้อมเงินรางวัล 20,000 บาท • รางวัลชมเชย 1 รางวัล เกียรติบัตร พร้อมเงินรางวัล 10,000 บาท • รางวัลนวัตกรรมขวัญใจมหาชน (POPULAR VOTE) โล่รางวัล พร้อมเงินรางวัล 10,000 บาท 5.3 ประเภทอุดมศึกษา /นิสิต นักศึกษา (ปวส. - อนุปริญญา - ปริญญาตรี) สถาบันการศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน • ชนะเลิศ ถ้วยรางวัล พร้อมเงินรางวัล 70,000 บาท • รองชนะเลิศอันดับ 1 โล่รางวัล พร้อมเงินรางวัล 40,000 บาท • รองชนะเลิศอันดับ 2 โล่รางวัล พร้อมเงินรางวัล 20,000 บาท • รางวัลชมเชย 1 รางวัล เกียรติบัตร พร้อมเงินรางวัล 10,000 บาท • รางวัลนวัตกรรมขวัญใจมหาชน (POPULAR VOTE) โล่รางวัล พร้อมเงินรางวัล 10,000 บาท ผลงานที่ได้รับการคัดเลือก มีโอกาสในการได้รับทุนวิจัยเพื่อพัฒนาต้นแบบ หรือการต่อยอดในเชิงพาณิชย์ สำหรับผลงานที่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาให้ทุนวิจัยของ สวก. ในวงเงินมูลค่ารวม 20,000,000 บาท (ยี่สิบล้านบาท) 6.กำหนดการประกวด 6.1 เปิดรับสมัคร และจัดส่งหลักฐานการสมัคร พร้อมแนวความคิด Concept และรายละเอียดข้อเสนอการจัดทำนวัตกรรม ภายใต้หัวข้อ “นวัตกรรมเกษตร : เพิ่มประสิทธิภาพและมูลค่าการผลิต เกษตรไทยยั่งยืน” ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม – 10 กันยายน 2569 สามารถดาวน์โหลดเอกสารหลักฐานการสมัครและส่งผลงาน ได้ที่ https://dg.th/awoh2iv7cr 6.2 ประกาศผลการคัดเลือกผลงานที่เข้ารอบ ภายในวันที่ 20 กันยายน 2569 ผ่านทาง www.wisdomking.or.th 6.3 จัดกิจกรรม Work shop ทีมที่ผ่านเข้ารอบ วันที่ 26 กันยายน 2569 ณ ห้องประชุมศาสตร์พระราชา ชั้น 2 พกฉ. 6.4 ทีมที่ผ่านเข้ารอบจัดส่งข้อมูลรายละเอียด คลิป หรือวิดีทัศน์การนำเสนอผลงานและสาธิตการดำเนินงาน วิธีการของนวัตกรรมดังกล่าว ให้แก่คณะกรรมการหรือที่คณะกรรมการกำหนดความยาวไม่เกิน 5 นาที เพื่อพิจารณาผลงานที่ได้รับรางวัล ภายในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2569 ผ่านทาง https://forms.gle/34P99MWRZ889HPJ78 6.5 เปิดให้ประชาชนทั่วไป ร่วมโหวตรางวัลผลงานนวัตกรรมขวัญใจมหาชน (POPULAR VOTE) ระหว่างวันที่ 13 - 20 พฤศจิกายน 2569 (ปิดรับการโหวต เวลา 24.00น.) ผ่านทาง www.youtube.com/@wisdomkingmuseum 6.6 ทีมที่ผ่านเข้ารอบนำเสนอผลงาน ทีมละ 2 นาที ในวันที่ 3 ธันวาคม 2569 พร้อมประกาศผลการตัดสินและมอบรางวัล ณ สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน) 6.7 ติดต่อสอบถามรายละเอียดการประกวดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายจัดการประกวดสำนักพัฒนากิจการ สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน) โทรศัพท์ 0-2529-2212-3 หรือ 065-0936-979 โทรสาร 0-2529-2214 หรือ E-mail: Chonniphat.j@wisdomking.or.th ใบสมัครโครงการประกวดนวัตกรรมและเทคโนโลยีภาคการเกษตรฯ YOUNG AGRI FUTURE 2569 ภายใต้หัวข้อ “นวัตกรรมเกษตร: เพิ่มประสิทธิภาพและมูลค่าการผลิต เกษตรไทยยั่งยืน” ดาวน์โหลด แบบฟอร์ม ข้อเสนอรายละเอียดโครงการประกวดนวัตกรรมและเทคโนโลยีภาคการเกษตรฯ YOUNG AGRI FUTURE 2569 ภายใต้หัวข้อ “นวัตกรรมเกษตร: เพิ่มประสิทธิภาพและมูลค่าการผลิต เกษตรไทยยั่งยืน” ดาวน์โหลด
ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน 2567 เป็นต้นมา ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก ในพื้นที่ 7 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา และจังหวัดสตูล ซึ่งส่งผลให้พี่น้องประชาชนจำนวนมากได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ประสบปัญหาขาดแคลนอาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค และสิ่งของจำเป็นในการดำรงชีวิต ต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยในวันอาทิตย์ที่ 1 ธันวาคม นี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จะร่วมกันลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร ระดับจังหวัด เป็นศูนย์ฯ ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ มีการประเมินสถานการณ์น้ำในจังหวัด พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการรับมือสถานการณ์อุทกภัย และสำรวจผลกระทบด้านการเกษตรเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหา รวมทั้งหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้องได้เร่งเข้าให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว ได้แก่ กรมชลประทาน สนับสนุนเครื่องจักรเครื่องมือในพื้นที่ประสบอุทกภัย ดังนี้ เครื่องสูบน้ำ 96 เครื่อง เครื่องผักดันน้ำ 7 เครื่อง รถสูบน้ำเคลื่อนที่ 3 คัน รถขุด 63 คัน เรือขุด 13 ลำ เรือกำจัดวัชพืช 2 ลำ รถแทรกเตอร์ 36 คัน รถบรรทุก 70 คัน เครื่องจักรสนับสนุน 145 หน่วย กรมประมง โดยกองตรวจการประมง ระหว่างวันที่ 27 - 29 พ.ย. 2567 ได้ดำเนินการช่วยเหลือ ในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดยะลา ปัตตานี นครศรีธรรมราช และจังหวัดสงขลา การให้ความช่วยเหลือ ได้แก่ จัดชุดเฉพาะกิจพร้อมเจ้าหน้าที่ 42 ชุด รถยนต์ 11 คัน เรือตรวจการประมง 7 ลำ โดยช่วยนำส่งเสบียงอาหาร และน้ำดื่ม พร้อมทั้งอพยพประชาชน ผู้ป่วย เด็กและคนชรา ในพื้นที่ประสบภัยสู่พื้นที่ปลอดภัย และ กรมปศุสัตว์ ได้ดำเนินการช่วยเหลือในพื้นที่ อพยพสัตว์ 200,704 ตัว รักษาสัตว์ 140 ตัว ส่งเสริมสุขภาพสัตว์ 79 ซอง ถุงยังชีพสัตว์ 73 ถุง หญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน 66,500 กิโลกรัม เป็นต้น ขณะเดียวกัน ได้จัดตั้งจุดโรงครัวเพื่อผลิตอาหารแจกจ่ายแก่ผู้ประสบอุทกภัย ดังนี้ 1. สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดยะลา อาคารส่วนขยาย ชั้น 1 ศาลากลาง จังหวัดยะลา โทร 0-7322-1711 2. สำนักงานสหกรณ์จังหวัดนราธิวาส อ.เมือง จ.นราธิวาส โทรศัพท์ : 0-7351-1378 3. การยางแห่งประเทศไทย จังหวัดสตูล อ.เมือง จ.สตูล โทรศัพท์ : 0-7471-1378 4. สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองพัทลุง อ.เมือง จ.พัทลุง โทรศัพท์ : 0-7461-3193 5. สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครศรีธรรมราช อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช โทรศัพท์ : 0-7535-6254, 0-7535-6454 6. สำนักงานเกษตรอำเภอปะนาเระ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี โทรศัพท์ : 0-7346-6062 7. สถานีพัฒนาที่ดิน อ.จะนะ จ.สงขลา โทรศัพท์ : 0-7489-4300 นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังได้เปิด “ศูนย์รับบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ ปี 2567” เพื่อเป็นศูนย์รับบริจาคเครื่องอุปโภคบริโภค เช่น ข้าวสาร อาหารแห้ง อาหารกระป๋องพร้อมทาน เครื่องปรุงรส หรือน้ำมันพืช ยาสามัญประจำบ้านและเวชภัณฑ์ อุปกรณ์ทำความสะอาด ถุงบรรจุของยังชีพ ฯลฯ เพื่อดำเนินการจัดส่งไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ โดยผู้ที่สนใจสามารถบริจาคสิ่งของดังกล่าวได้ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถนนราชดำเนินนอก ห้องประชุม 115 อาคาร 1 ชั้น 1 ตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน 2567 ในเวลาทำการ เป็นต้นไป กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอเชิญชวนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ปี 2567 โดยสามารถบริจาคเงินผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาถนนวิสุทธิกษัตริย์ ประเภทบัญชีกระแสรายวัน ชื่อบัญชี “กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติภาคใต้” เลขที่บัญชี 006-0-26077-7
วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน 2569 พันจ่าเอก ประเสริฐ มาลัย ผู้อำนวยการ พกฉ. เป็นประธานเปิดโครงการอบรมให้ความรู้ “การเป็นวิทยากรมืออาชีพในการนำชมพิพิธภัณฑ์” เสริมทักษะการสื่อสาร และการเป็นวิทยากรให้กับบุคลากร โดยมีผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ พกฉ. เข้าร่วมการอบรม ณ ห้องประชุมศาลาเพียงดิน สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี โครงการอบรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างความรู้ ทักษะ และบุคลิกภาพของบุคลากร ให้มีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่วิทยากรนำชม สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ ศาสตร์พระราชา และเนื้อหาภายในพิพิธภัณฑ์แก่ผู้เข้าชมได้อย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพ เกิดความน่าสนใจ ตลอดจนยกระดับมาตรฐานการให้บริการ และสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่ดีแก่ผู้เข้าชม ในการอบรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายวิรัตน์ ปราบทุกข์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง เป็นวิทยากรถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับการเป็นวิทยากรมืออาชีพ โดยเน้นการพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับการนำชมพิพิธภัณฑ์ ทั้งด้านการสื่อสาร การเล่าเรื่อง (Storytelling) การสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ การกระตุ้นการมีส่วนร่วมของผู้เข้าชม รวมถึงการออกแบบ และปรับรูปแบบการนำชมให้เหมาะสมกับผู้เข้าชมแต่ละกลุ่ม นอกจากนี้ การอบรมยังมุ่งเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับศาสตร์พระราชาและเนื้อหาที่จัดแสดงภายในพิพิธภัณฑ์ เพื่อให้บุคลากรสามารถถ่ายทอดเรื่องราวและองค์ความรู้ได้อย่างถูกต้อง เป็นมาตรฐานเดียวกัน และสอดคล้องกับภารกิจของพิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ การดำเนินโครงการอบรมในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรของ พกฉ. ให้มีความรู้ ความสามารถ และทักษะด้านการสื่อสารที่เหมาะสมกับการปฏิบัติงานด้านพิพิธภัณฑ์ อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพการให้บริการ สร้างความประทับใจแก่ผู้เข้าชม และสนับสนุนการขับเคลื่อนพันธกิจของสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ ให้บรรลุผลอย่างมีประสิทธิภาพ
สุขสนุกยกครัว กับกิจกรรมท่องเที่ยวสุขสันต์ ที่พิพิธภัณฑ์เกษตรฯ
กิจกรรมท่องเที่ยวสุขสันต์ ที่พิพิธภัณฑ์เกษตรฯ ประจำสัปดาห์วันที่ 26 – 27 สิงหาคม นี้ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เอาใจเชฟตัวน้อยพาบุกแปลงเกษตรหิ้วตะกร้าเก็บดอกไม้หลากสี มาปรุงเป็นอาหารว่างแสนอร่อยในนาม “บุษบาห่มผ้า” พร้อมพาตะลุยเก็บไข่เป็ด มาย้อมสีธรรมชาติทำไข่เค็ม สุข สนุก เรียนรู้ชัดจากการลงมือปฏิบัติกิจกรรมท่องเที่ยวสุขสันต์ ที่พิพิธภัณฑ์เกษตรฯ จัดขึ้นทุกสัปดาห์ที่ 2 3 และ 4 ของเดือน ตั้งแต่เวลา 10.00 – 14.00 น. ติดตามกิจกรรมดีๆได้ที่ https://www.wisdomking.or.th/th/page/happy-travel ติดต่อสอบถามโทร 0-2529-2212-13 หรือ 087-359-7171 , 094-649-2333