จุดพลุเปิดงานวันเด็กแห่งชาติ เมล็ดพันธุ์ของพระราชา ประจำปี 2566
จุดพลุเปิดงานวันเด็กแห่งชาติ เมล็ดพันธุ์ของพระราชา ประจำปี 2566

พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ ขอเชิญทุกท่าน ร่วมกิจกรรม "ท่องเที่ยวสุขสันต์ ที่พิพิธภัณฑ์เกษตรฯ Online" กิจกรรมดีๆ เรียนฟรี ในทุกวัน ศุกร์ และอาทิตย์ สัปดาห์นี้ขอพาไปเรียนรู้การแปรรูปผลผลิตเกษตรให้เป็นเมนูของว่างแสนอร่อยกัน
-วันศุกร์ที่ 20 พฤษภาคม หลักสูตร วาฟเฟิลโฮมเมด : เรียนรู้การทำวาฟเฟิล ขนมหวานที่เด็กทำได้ ผู้ใหญ่ก็ทำดี แต่ทานกันได้ทั้งครอบครัว
-วันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม หลักสูตร ไอศกรีมกะทิ : มาเปลี่ยนมะพร้าวหอมฯ ให้เป็น ไอศกรีม หวาน มัน ทานอร่อยกันได้ทั้งบ้าน
สมัครด่วนก่อนใครได้ทาง >> https://bit.ly/3FPWstL
สอบถามเพิ่มเติมได้ทาง ">02 529 2212 ,094 649 2333 ,087 359 7171
จุดพลุเปิดงานวันเด็กแห่งชาติ เมล็ดพันธุ์ของพระราชา ประจำปี 2566
วันที่ 7 สิงหาคม 2568 พันจ่าเอก ประเสริฐ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นางสาวสมพิศ วงศ์ปัญญา รองผู้อำนวยการฯ นางสาวสำเภาว์ งามเชย รองผู้อำนวยการฯ คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ ร่วมจัดกิจกรรมจิตอาสาพระราชทาน เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติและแสดงความจงรักภักดี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม โดยร่วมกันปรับภูมิทัศน์ภายในพื้นที่ ฐานการเรียนรู้ เกษตรทฤษฎีใหม่ 1 ไร่ มั่งคั่ง ยั่งยืน อาทิ ปลูกต้นไม้ ขุดลอกผักตบชะวา กำจัดวัชพืช เป็นต้น
วันที่ 8 เมษายน 2569 พันจ่าเอก ประเสริฐ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นำคณะผู้บริการและเจ้าหน้าที่ ร่วมต้อนรับ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์คนใหม่ พร้อมด้วย นายวัชระพล ขาวขำ และ นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องในโอกาสเข้าทำงานวันแรกอย่างเป็นทางการ โดยมี โดยมี นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการและเจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ก่อนบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และมอบนโยบายการทำงาน โดยมีแผนดำเนินงานผลักดัน 5 ด้านหลัก ได้แก่ 1) ยกระดับการผลิตด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ปรับเปลี่ยนจากการทำเกษตรแบบดั้งเดิม มาเป็นการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่มากขึ้น โดยผลักดันการใช้ Big Data ร่วมกับเทคโนโลยีดิจิทัล และ AI มาบริหารจัดการการผลิตแบบแม่นยำ เพื่อลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลผลิตต่อหน่วย และเพิ่มคุณภาพมาตรฐานให้สูงขึ้น พร้อมทั้งสนับสนุนให้มีผู้ให้บริการทางการเกษตร หรือ Agriculture Service Provider ในระดับชุมชน เพื่อให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงเครื่องจักรกลทางการเกษตรและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่เท่าทันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างทั่วถึง ในราคาที่เหมาะสมและเป็นธรรม 2) เพิ่มรายได้เกษตรกร จากการทำให้เกษตรกรมีผลตอบแทนจากการลงทุนและสินทรัพย์สูงขึ้น และมีความมั่นคงในอาชีพ ผ่านการแปรรูปและสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Added) และสร้างโอกาสการเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตรมูลค่าสูงให้กับสินค้าเกษตรไทย นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ ต้องเตรียมความพร้อมให้เกษตรกรปรับตัวเข้ากับกติกาการค้าโลกใหม่ ๆ ทั้งเรื่องมาตรฐานสุขอนามัยพืช สุขอนามัยสัตว์ มาตรฐานความปลอดภัยสินค้าเกษตร อาหารและโภชนาการ มาตรฐานสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจสีเขียว เพื่อสร้างตลาดและขยายโอกาสในการแข่งขัน 3) พัฒนาศักยภาพเกษตรกร ต้องสร้างทักษะสมัยใหม่ องค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างเป็นระบบ ผ่านหลักสูตร Reskill และ Upskill ที่ตอบโจทย์ความต้องการของเกษตรกรทุกระดับ ตั้งแต่องค์ความรู้วิทยาศาสตร์พืช ปศุสัตว์ ประมง การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่ การจัดการบัญชีและรายได้ในครัวเรือน พร้อมทั้งส่งเสริมการรวมกลุ่มในรูปแบบสหกรณ์หรือวิสาหกิจชุมชน เพื่อสร้างอำนาจต่อรอง ทั้งการซื้อปัจจัยการผลิตและการจำหน่ายผลผลิต ไปจนถึงการยกระดับเกษตรกรที่มีศักยภาพให้เป็นผู้ประกอบการธุรกิจเกษตร และสามารถบริหารและกำกับดูแลหน่วยผลิตที่ดี 4) ตลาดนำการผลิต ต้องปรับโครงสร้างผลิตสินค้าเกษตรให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด เพื่อให้ผลผลิตขายได้จริง ได้ราคาที่สะท้อนคุณภาพ และลดความเสี่ยงด้านอัตรากำไรสุทธิที่ลดน้อยลง โดยมีข้อมูลตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การวางแผนการผลิต การคัดแยก การแปรรูป และข้อกำหนดมาตรฐานบรรจุภัณฑ์และสินค้า ไปจนถึงระบบขนส่งที่มีประสิทธิภาพ รวมถึง หลักฐานอ้างอิงด้านโภชนาการและสุขภาพ เพื่อเชื่อมโยงผลผลิตจากหน้าฟาร์มไปสู่ผู้บริโภคหรือผู้ประกอบการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรล้นตลาดและราคาตกต่ำ โดยจะสนับสนุนให้เกิด “ห่วงโซ่อุปทานมูลค่าเพิ่ม” ในพื้นที่ เช่น จุดรวบรวมสินค้ามาตรฐาน ระบบคัดเกรด ห้องเย็น การแปรรูป และโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้การกระจายผลผลิตจากหน้าฟาร์มถึงผู้ซื้อโดยเร็ว และตรวจสอบได้ ตลอดจนพัฒนาระบบเตือนภัยสถานการณ์บิดเบือนกลไกตลาด เพื่อบริหารจัดการสินค้าเกษตรได้อย่างทันท่วงที พร้อมทั้งเร่งปราบปรามการสวมสิทธิ์และการบิดเบือนมาตรฐาน เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของผู้ซื้อและความเป็นธรรมในตลาดในระยะยาว 5) บริหารจัดการทรัพยากรน้ำทั้งระบบอย่างยั่งยืน โดยจัดทำแผนการบริหารจัดการน้ำในระดับภูมิภาคให้เหมาะสมกับความต้องการใช้น้ำที่แตกต่างกันในแต่ละลุ่มน้ำทั้งในปัจจุบันและอนาคต เพื่อรองรับภัยธรรมชาติ ทั้งน้ำท่วมและน้ำแล้งที่มีความรุนแรงมากขึ้น ให้ความสำคัญกับการเติมน้ำในเขื่อนหลัก แหล่งกักเก็บน้ำในชุมชน ไร่นา ไปจนถึงระบบกระจายน้ำเข้าสู่แปลงเกษตรอย่างทั่วถึง รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำทั้งในระบบชลประทานและครัวเรือนเกษตรกร การจัดการข้อมูลน้ำแม่นยำ ตลอดจนพัฒนาระบบเตือนภัยน้ำอัจฉริยะ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำในอนาคต เกษตรกรสามารถวางแผนการผลิตและปรับแผนการผลิตได้อย่างทันท่วงที สามารถลดความเสี่ยงจากความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ และสร้างความมั่นใจ ว่าพี่น้องเกษตรกรจะมีน้ำใช้อย่างเพียงพอ
สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน) หรือ พกฉ. ชูความสำเร็จของศูนย์เครือข่าย ฯ และศูนย์เรียนรู้ฯ ของ พกฉ. ที่เป็นกลไกสำคัญของการขับเคลื่อนและขยายผลหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านการเกษตรสู่สังคมและชุมชนที่เป็นรูปธรรม ครั้งนี้ยกทัพสื่อมวลชนเยี่ยมชม 3 ศูนย์เรียนรู้ต้นแบบ ในพื้นที่ระยอง-จันทบุรี ที่มีการต่อยอด ขยายผล การทำเกษตรตามแนวพระราชดำริแห่งความพอเพียง ชูอัตลักษณ์การทำเกษตรแบบผสมผสาน การทำวนเกษตร การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม - เพื่อการพึ่งพาตนเองด้านอาหาร สร้างงาน สร้างรายได้ สู่ครอบครัวและชุมชน พันจ่าเอก ประเสริฐ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นำคณะสื่อมวลชนเข้าเรียนรู้พื้นที่ของศูนย์เครือข่ายฯ และศูนย์การเรียนรู้ฯ ของ พกฉ. ที่น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้กับการทำการเกษตรที่เหมาะสม สอดคล้องกับภูมิสังคม ระหว่างวันที่ 22 – 23 พฤษภาคม 2568 ณ ศูนย์เรียนรู้เครือข่ายพิพิธภัณฑ์ฯ ในจังหวัดระยองและจังหวัดจันทบุรี พร้อมส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กรในฐานะที่ศูนย์เครือข่ายฯ และศูนย์การเรียนรู้ฯ ของ พกฉ. เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรอย่างยั่งยืน ชูอัตลักษณ์การทำเกษตรแบบผสมผสาน การทำวนเกษตร การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการพึ่งพาตนเอง สู่ ในพื้นที่ภาคตะวันออก โดยมุ่งหวังให้เกิดการขยายผลการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องให้กับชุมชนใกล้เคียง พันจ่าเอก ประเสริฐ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการจัดโครงการเปิดบ้านท่องเที่ยวเส้นทางตามรอยพ่อ ประจำปี 2568 ว่า “สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อเผยแพร่พระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในด้านการพัฒนาเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน ตลอดจนขยายผลแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่และชุมชนทั่วประเทศ ผ่านศูนย์เรียนรู้เครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตร ฯ 95 แห่งจากทั่วประเทศ และมีเป้าหมายขยายศูนย์เรียนรู้เครือข่ายฯ ทั่วทุกจังหวัดภายในปี 2569 โดยในปีนี้พาไปเยี่ยมชมพื้นที่การทำเกษตรต้นแบบ “วนเกษตร” ในพื้นที่ภาคตะวันออก ได้แก่ ศูนย์เรียนรู้เครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “สวนดินดุสิตาเครือข่ายเกษตรตำบลพวา” จังหวัดจันทบุรี ศูนย์เรียนรู้เครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “บ้านสวนกันและกัน” จังหวัดจันทบุรี และศูนย์เรียนรู้เครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “พ่อผู้ใหญ่สมศักดิ์ เครือวัลย์ บ้านสองสลึง” จังหวัดระยอง ซึ่งแต่ละแห่งมีจุดเด่นเฉพาะตัว ในการประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอย่างเหมาะสมกับบริบทท้องถิ่นอย่างมีประสิทธิภาพ อันเป็นพื้นฐานสำคัญต่อการพัฒนาอนาคตของประเทศอย่างยั่งยืน และเป็นพื้นที่สำคัญในการขับเคลื่อนเชื่อมโยง ขยายผลในระดับชุมชนอย่างเข้มแข็ง” “ศูนย์เครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ ทั้ง 3 แห่งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งรูปธรรมความสำเร็จของการน้อมนำแนวพระราชดำริ หลักคิด หลักปฏิบัติมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับภูมิสังคม ถ่ายทอดแนวคิดเกษตรอินทรีย์ การแปรรูป และการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าสะท้อนการเดินทางของคนรุ่นใหม่ที่เลือกกลับบ้านเพื่อชีวิตที่มั่นคงจากเกษตรเพื่อชีพ สู่วิถีเกษตรเพื่อแบ่งปันความรู้สู่ชุมชน ทั้งยังสร้างโอกาสให้คนไทยเรียนรู้และลงมือทำเพื่อชีวิตที่พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน” พันจ่าเอก ประเสริฐ กล่าวย้ำ ด้าน นางสาววรรณิภา เครือวัลย์ ผู้นำเครือข่ายศูนย์เรียนรู้เครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจังหวัดระยอง บ้านสองสลึง ตำบลสองสลึง อำเภอแกลง จังหวัดระยองกล่าวว่า “ผู้ใหญ่สมศักดิ์ เครือวัลย์ ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน สาขาเศรษฐกิจพอเพียง ประจำปี 2558 ผู้เป็นพ่อได้ก่อตั้งศูนย์แห่งนี้ขึ้นมาโดยเปลี่ยนชีวิตจากการทำเกษตรเคมี สู่วิถีเกษตรอินทรีย์ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ศูนย์แห่งนี้เริ่มต้นจากการเป็นศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการเกษตร ต่อมาได้พัฒนาเป็นศูนย์เครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติสองสลึง จังหวัดระยอง มีพื้นที่รวม 50 ไร่ เป็นแหล่งเรียนรู้เกษตรอินทรีย์ตามแนวทฤษฎีใหม่ อาทิ การปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง การทำปุ๋ยหมักชีวภาพ และการสร้างคลังอาหารในครัวเรือน เพื่อพึ่งพาตนเองอย่างมั่นคง โดยผู้เป็นพ่อเคยเป็นเกษตรกรที่ประสบปัญหาขาดทุนจากการทำเกษตรเชิงเดี่ยวและพึ่งพาสารเคมี ก่อนจะหันมาใช้แนวทางเกษตรอินทรีย์โดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จนสามารถฟื้นฟูชีวิตและที่ดินของตนเองได้อย่างมั่นคง พร้อมทั้งถ่ายทอดความรู้ให้แก่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันตน ได้สานต่อภารกิจของพ่ออย่างเต็มตัว เพื่อให้ที่นี่เป็นพื้นที่สร้างอาชีพ ให้พึ่งพาตนเองแบบยั่งยืน สำหรับศูนย์กสิกรรมธรรมชาติสองสลึง ให้บริการความรู้กับประชาชน เรื่องการทำเกษตรอินทรีย์ ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง สอนการปรับปรุงบำรุงดิน สร้างอาชีพ สร้างผู้นำต้นแบบของการพึ่งตนเอง การผลิตสินค้าเกษตรให้ได้มาตรฐาน แบ่งเป็นฐานการเรียนรู้ต่าง ๆ ทั้งเลี้ยงสัตว์ ทำปุ๋ยหมัก ปลูกพืชสมุนไพร” ด้านนางสาวกัญญา ดุชิตา ผู้นำศูนย์เรียนรู้เครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หรือ “สวนดินดุสิตาเครือข่ายเกษตรตำบลพวา” ตำบลพวา อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี อดีตพนักงานธนาคารได้กล่าวถึงแรงผลักดันในการตัดสินใจกลับคืนสู่บ้านเกิดว่า เพื่อกลับมาสานต่อภารกิจการเป็นเกษตรกรจากนายบุญเลิศ ดุชิตา เกษตรกรต้นแบบผู้เป็นพ่อ โดยศึกษาเรียนรู้เกษตรกรรมจากครอบครัวอย่างจริงจัง และพยายามพึ่งพาตนเองโดยใช้สิ่งที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด หลักคิดเหล่านี้ได้ถูกฝังอยู่ในวิถีชีวิตและถูกถ่ายทอดอย่างเป็นธรรมชาติจากการเรียนรู้และลงมือทำอย่างต่อเนื่อง จึงเกิดการต่อยอดสู่แนวทาง “วนเกษตร” และนำมาปรับใช้กับพื้นที่ของตนเอง โดยเน้นการเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ การแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม และสร้างเครือข่าย “วนเกษตรตำบลพวา” ที่รวมกลุ่มเกษตรกรในท้องถิ่น ทำกิจกรรมพัฒนาระบบเศรษฐกิจชุมชน พร้อมฟื้นฟูประเพณีและวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างยั่งยืน ปัจจุบันได้มีการรวมกลุ่มในชุมชนในการแปรรูปผลผลิตสมุนไพรจากจากป่าวนเกษตรจำหน่าย อาทิ การทำน้ำมันพุทธมนต์จากว่าน 108 การทำน้ำมันชันตะเคียน และการทำแยมมะแปม การกลั่นน้ำมันจากสมุนไพรท้องถิ่น การทำยาหม่องสมุนไพร ยาดมสมุนไพรและครีมมะกรูดสระผม เป็นต้น ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีในตลาดเป็นรายได้ที่มั่นคง ยั่งยืนให้คนในชุมชน” ส่วนทางด้านนางสาวกมลภทร กสิกรรม เจ้าของเครือข่ายศูนย์เรียนรู้เครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯและเจ้าของ “บ้านสวนกันและกัน” จังหวัดจันทบุรี กล่าวว่า “เริ่มต้นชีวิตการเป็นเกษตรกรจากศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ ในการติดตามแม่ไปประชุมเครือข่ายวนเกษตร ซึ่งเป็นการเรียนรู้ผ่านกระบวนการจริง ฝึกฝน คิด วิเคราะห์ และลงมือปฏิบัติ โดยยึดแนวคิด “เกษตรเพื่อพึ่งตนเอง” นอกจากนี้ยังได้ร่วมโครงการ MASA ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านเกษตรยั่งยืน และนำประสบการณ์กลับมาพัฒนาสวนในพื้นที่ของตนเองให้เป็นแหล่งเรียนรู้ร่วมกับชุมชนในชื่อ “บ้านสวนกันและกัน” ผลงานที่โดดเด่น ได้แก่ การสร้างสวนวนเกษตร การแปรรูปสมุนไพร เช่น น้ำแก้ไอฝาง น้ำมันพุทธมนต์ ยาหม่อง น้ำมันมะพร้าว และผลิตภัณฑ์พื้นบ้านหลากหลาย รวมถึงการแปรรูปอาหารในสวน เช่น ไอศกรีม ข้าวหมาก แช่อิ่ม ซึ่งสะท้อนความคิดสร้างสรรค์และการจัดการที่ยึดโยงกับทรัพยากรที่มีอยู่รอบตัวอย่างเต็มศักยภาพ
ร่วมเรียนรู้ ลงมือทำ เทศบาลตำบลมหาพรามณ์ จ.พระนครศรีอยุธยา เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการเรียนรู้เกษตรเศรษฐกิจพอเพียง ในเวลา 3 ชั่วโมง กับหลักสูตรพอดีพอเพียง ณ พิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ โดยในวันนี้เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลมหาพรามณ์และเกษตรกร ได้เรียนรู้การทำเกษตรพอเพียงในหลายๆ รูปแบบ เริ่มด้วยการเดินชมแปลงเกษตรเมือง พื้นที่การทำเกษตรสำหรับคนที่อยากทำเกษตรแต่มีข้อจำกัดในเรื่องของพื้นที่ เรียนรู้การบริหารจัดการพื้นที่การทำเกษตรผสมผสานให้เกิดประโยชน์สูงสุดในฐานการเรียนรู้ 1 ไร่พอเพียง เปลี่ยนลิ้นชักพลาสติกที่บ้านให้เป็นคอนโดไส้เดือนกับการลงมือปฏิบัติการเลี้ยงไส้เดือนในลิ้นชัก ชมพระอัจฉริยภาพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ด้านการเกษตร และย้อนวันวานกันที่นิทรรศการ เกษตรถิ่นไทย และตลาดเก่าชาวเกษตร ภายใน “พิพิธภัณฑ์ในหลวงรักเรา” ปิดท้ายความประทับใจกับการชมภาพยนตร์แอนิเมชั่น 3 มิติ เรื่องของพ่อในบ้านของเรา
สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน) หรือ พกฉ. จัดประชุมคณะกรรมการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครั้งที่ 11/2568 ผ่านโปรแกรม Zoom Meeting Application โดยมีนายสำราญ สาราบรรณ์ ประธานกรรมการ พกฉ. เป็นประธานการประชุม ในวันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมตามรอยพ่อ ขั้น 3 อาคารสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี โดยมีรายละเอียดการประชุม ดังนี้ ระเบียบวาระที่ 1 เรื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ 1.1 เรื่อง สรุปผลการปฏิบัติกิจกรรมสำคัญของสำนักงาน ระเบียบวาระที่ 2 เรื่องการรับรองรายงานการประชุมคณะกรรมการ พกฉ. ครั้งที่ 10/2568 เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2568 ระเบียบวาระที่ 3 เรื่องที่เสนอให้ที่ประชุมพิจารณา 3.1 เรื่อง ร่างข้อบังคับคณะกรรมการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล (ฉบับที่ 4) 3.2 เรื่อง ร่างระเบียบคณะกรรมการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการสั่งพักงาน และการจ่ายเงินเดือนของผู้ถูกสั่งพักงาน 3.3 เรื่อง ร่างระเบียบคณะกรรมการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่าด้วยการอุทธรณ์และร้องทุกข์ และการพิจารณา วินิจฉัยอุทธรณ์และร้องทุกข์ 3.4 เรื่อง ขออนุมัติจ่ายเงินรางวัลสำหรับทีมที่ผ่านเข้ารอบประกวด แต่ไม่ได้รับรางวัลอื่นใด และเงินค่าสนับสนุนการเดินทางร่วมกิจกรรม Workshop Young Agri Future 2025 จากเงินนอกงบประมาณ ในโครงการประกวดนวัตกรรมและเทคโนโลยีภาคการเกษตรอุตสาหกรรมเกษตร หรืออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับภาคการเกษตร Young Agri Future 2025ระเบียบวาระที่ 4 เรื่องที่เสนอให้ที่ประชุมทราบ 4.1 เรื่อง รายงานผลการดำเนินงานและผลการใช้จ่ายเงินตามแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน) ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2568 4.2 เรื่อง รายงานการประเมินผลการดำเนินงานของกลุ่มตรวจสอบภายใน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 4.3 เรื่อง สรุปผลการประชุมของคณะกรรมการตรวจสอบ และคณะอนุกรรมการต่าง ๆ 4.4 เรื่อง กำหนดการประชุมคณะกรรมการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครั้งที่ 12/2568 ระเบียบวาระที่ 5 เรื่องอื่น ๆ